แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท้องอืด แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ท้องอืด แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

กล้วยน้ำว้า สมุนไพรรักษาโรคกระเพาะ

กล้วยน้ำว้า สมุนไพรรักษาโรคกระเพาะ




กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ที่ใกล้ชิดคนไทยที่สุด เด็กไทยสมัยก่อนโตมากับกล้วยน้ำว้ากันทั้งนั้น นอกจาก ข้าวสุกบดแล้ว ก็มีกล้วยน้ำว้าเป็นเหมือนอาหารเสริมประจำที่ไม่ต้องซื้อหาเพราะทุกครัวเรือนมีกล้วยปลูกไว้สำหรับเป็นผลไม้ เป็นอาหารและสารพัดขนมกินกันได้ตลอดทั้งปี
กล้วยน้ำว้าใช้ทำยาได้ทั้งดิบและสุก กล้วยดิบมีสารฝาดสมานชื่อแทนนิน ซึ่งช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยป้องกันผนังกระเพาะลำไส้ไม่ให้เชื้อโรคและของรสเผ็ดจัด เช่น พริก เข้าไปทำลายผนังกระเพาะลำไส้ ช่วยแก้ท้องเสีย กล้วยที่เพิ่งเริ่มสุก เปลือกยังสีเขียวอยู่ประปราย เป็นทั้งยาและอาหารที่ดีมากสำหรับคนท้องเสีย เพราะนอกจากจะช่วยแก้ท้องเสียแล้วยังช่วยหล่อลื่นลำไส้ ช่วยเพิ่มกากเวลาถ่าย กล้วยกึ่งดิบกึ่งสุกยังมีธาตุโพแทสเซียมสูงมาก ดังนั้นเวลาใช้กล้วย แก้ท้องเสีย ก็เท่ากับให้ธาตุโพแทสเซียมไปในตัวด้วย ตามธรรมดาคนไข้มักสูญเสียธาตุโพแทสเซียมในเวลาท้องร่วง การกล้วยห่ามจึงเป็นการชดเชยธาตุโพแทสเซียมที่เสียไป เพราะถ้าร่างกายสูญเสียธาตุโพแทสเซียมไปมากๆ ขณะท้องร่วง จะทำให้การเต้นของหัวใจผิดปกติในคนชราอาจทำให้หัวใจวายตายได้ ยิ่งไปกว่านั้นกล้วยที่เริ่มสุกจะมีสารเซโรโทนินอยู่มาก ช่วยออกฤทธิ์ กระตุ้นให้ผนังกระเพาะอาหารสร้างเยื่อเมือกมากขึ้น ช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร แต่ไม่ช่วยลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร
วิธีการกินกล้วยเป็นยาก็ไม่ใช่เรื่องกล้วยๆเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อกินเป็นยาแก้โรคกระเพาะ ควรนำกล้วยดิบมาฝานเป็นแว่นบางๆ แล้วอบให้แห้งที่อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส ห้ามใช้ความร้อนสูงกว่านี้เด็ดขาด เพราะสารในกล้วยมีฤทธิ์รักษาโรคกระเพาะนั้นจะสูญเสียไปหรือหมดฤทธิ์ไปเลยก็ได้ ถ้าโดนความร้อนสูงมากเกินไป กล้วยดิบที่ผ่านการอบอุณหภูมิต่ำแล้ว ให้นำมาบดเป็นผง กินครั้งละ 1 ช้อนชา จะผสมกับน้ำผึ้งหรือไม่ก็ได้ กิน 3 ครั้งก่อนอาหาร กล้วยดิบๆมีฤทธิ์ทั้งป้องกันและรักษาโรคกระเพาะ ส่วนยาแผนปัจจุบันทุกขนานที่ช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารนั้นมีฤทธิ์เพียงป้องกันแต่ไม่ช่วบรักษา กล้วยจึงเป็นยารักษาโรคกระเพาะที่มีราคาถูกที่สุด และหาง่ายที่สุด
ส่วยกล้วยน้ำว้าสุกนั้นกลับมีสรรพคุณ ตรงกันข้ามกับกล้วยดิบ คือกล้วยสุกกลับเป็นยาระบายแก้ท้องผูก เพราะมีสาร เพ็กติน อยู่มาก ช่วยเพิ่มกากในลำไส้ กล้วยที่สุกงอมมากๆจะมีฤทธิ์ระบายสูง เพราะมีสารเพ็กติน มากขึ้นนั่นเอง ฤทธิ์ระบายของกล้วยน้ำว้าสุกไม่รุนแรงมากต้องกินเป็นประจำวันละ 5-6 ลูก จึงจะเห็นผล อุจจาระที่ออกมาเป็นสีเหลือง ไม่มีกลิ่นเหม็น การกินกล้วยสุกก็ต้องเคี้ยวให้ละเอียด นานๆ เพราะกล้วยเป็นผลไม้ที่มีแป้งอยู่ถึง 20 -25 % ของเนื้อกล้วย จึงสามารถนำมาเป็นอาหารเสริมให้เด็กเล็กได้ ตามปกติ กระเพาะมีเอนไซม์ย่อยแป้งน้อย การเคี้ยวกล้วยให้แหลกละเอียดจะช่วยแป้งได้มากก่อนกลืนลงกระเพาะ หากกินกล้วยโดยเคี้ยวหยาบๆ จะทำให้ท้องอืด จุกแน่น โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ควรเริ่มให้กินกล้วยสุกเมื่อเด็กเริ่มกินข้าวบดได้ อายุราว 3 เดือน โดยขูดเนื้อกล้วยสุก ( ไม่เอาไส้กล้วยเพราะจะทำให้เด็กท้องผูก ) ให้กินคราวละน้อยๆ ไม่ควรเกินครึ่งช้อนชา วันละครั้ง เพราะเด็กยังมีน้ำย่อยแป้งไม่พออาจเกิดอาการท้องอืดได้ เด็กอายุครบขวบกินกล้วยครั้งละ 1 ลูก วันละครั้งก็พอ
นอกจากนี้ เด็กที่มีผิวหนังเป็นตุ่มคันจากยุงกัด มดกัด หรือเป็นผื่นคันเนื่องจากลมพิษ สามารถใช้เปลือกกล้วยน้ำว้าสุกด้านใน ทาถูบริเวณนั้นสักครึ่งนาที รับรองว่าอาการคันจะหายเป็นปลิดทิ้ง
นี่เป็นเคล็ดลับภูมิปัญญาไทยที่ใช้กล้วยน้ำว้าเป็นยาสามัญประจำครัวเรือน กล้วยน้ำว้ามีประโยชน์มากมายมหาศาล นอกจากกล้วยที่เป็นผลไม้ อาหาร และสารพัดขนม ใบตองกล้วยยังใช้ทำกระทงใส่ข้าว ของคาว ของหวานแทนถ้วยชาม กาบกล้วยใช้ทำเชือก ซึ่งไม่เคยก่อปัญหาภาวะต่อสิ่งแวดล้อม คนไทยในยุคน้ำมันแพง น่าจะหันกลับมาสร้างค่านิยมปอกกล้วยเข้าปาก เพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดีในราคาประหยัด สุดคุ้มเหมือนในยุคปู่ย่า ตายายของเรา


ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก fb:นพดล อุ่นตา

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เมื่อลูกมีปัญหาท้องอืด แก้ได้ด้วยสมุนไพรไทย



เมื่อลูกมีปัญหาท้องอืด แก้ได้ด้วยสมุนไพรไทย








คุณพ่อคุณแม่มือใหม่ที่มีลูกน้อยต้องคอยประสบกับปัญหาลูกดื่มนมแล้วมีอาการท้องอืด นั่นอาจเกิดจาก กระเพาะลำไส้ของเด็กยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ น้ำย่อยก็หลั่งกรดน้อยกว่าผู้ใหญ่ หรือเด็กเริ่มหัดดูดนม จึงอาจดูดเอาทั้งนมทั้งลมเข้าไป ทำให้เกิดอาการท้องอืดได้ง่าย แล้วเวลาที่เขารู้สึกปวดท้องเด็กเล็กๆ ก็จะแสดงออกด้วยการร้องไห้ ถ้าคุณพ่อคุณแม่เห็นลูกร้องไห้เป็นพักๆ เดี๋ยวร้องเดี๋ยวหยุดและมีอาการมือเท้างอ
ให้สงสัยไว้ก่อนว่าแกกำลังปวดท้อง
วิธีแก้ คือให้อุ้มขึ้นพาดบ่อ ใช้มือลูบหลังเบาๆ สักพักจนเด็กเรอออกมา หากอุ้มนานแล้วเด็กไม่เรอหรือเรอไม่ออก จึงคอยป้อนยาแก้ท้องอืด หรือใช้ยาสมุนไพรที่ช่วยขับลมแก้ท้องอืดได้ ได้แก่
พลู สำหรับเด็กอ่อนที่มักมีอาการท้องอืดหลังจากกินนม ให้ใช้ใบพลู 4-5 ใบ อังไฟจนใบพลูอ่อน แล้วนำไปวางบนท้องเด็กขณะที่ยังอุ่นอยู่ วางซ้อนกันเป็นชั้นๆ ทำแบบเดิมหลายๆ ครั้ง พอใบพลูเย็นก็ให้เปลี่ยนใบพลูใหม่
กานพลู ใช้ดอกการพลู 1 ดอก ทุบพอช้ำ ใส่ในน้ำที่ใช้ชงนมประมาณ 1 ขวดน้ำเปล่า แล้วเอาน้ำนั้นมาชงนมให้เด็กกิน จะช่วยบำบัดอาการท้องอืดท้องเฟ้อให้ลูกได้
มะนาว เด็กท้องอืดร้องกวนเวลากลางคืนเอาปูนแดงขยี้ลงบนฝ่ามือ บีบน้ำมะนาวคลุกให้ทั่ว แล้วทาท้องเด็ก สักครู่จะผายลม 2-3 ครั้ง แล้วหยุดร้องไห้ หลับสบายตลอดคืน เพราะน้ำมะนาวทำปฏิกิริยากับปูนให้ความร้อนเกิดความอบอุ่น
มะกรูด ให้นำผลมะกรูด 1 ผล มาคั้นน้ำผสมกับปูนแดงกินหมากให้เข้ากันพอเหลวๆ แล้วเอาไปทาตรงบริเวณท้องเด็ก แต่อย่าให้ถูกสะดือ และระวังอย่าใช้ปูนแดงมากไปเพราะปูนแดงจะกัดผนังท้อง ทำให้แสบร้อนอาจลองทาข้อพับแขนตัวเองดูก่อนว่าข้นไปหรือไม่
โหระพา เมื่อลูกรักนั้นมีอาการปวดท้องจุกเสียดแน่นเพราะนมไม่ย่อย คุณแม่สามารถใช้ใบโหระพา 20 ใบชงน้ำร้อนแล้วนำน้ำนั้นมาชงนมให้ลูกดื่ม ก็จะช่วยขับลมในช่องท้องได้ดียิ่งขึ้น



ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก fb:นพดล อุ่นตา
ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.todayhealth.org/family-health